expert

ดูแลผมมาตลอด แต่รู้ไหมว่า การบำรุงเส้นผมกับการกระตุ้นผมให้งอกใหม่ต่างกัน?

หลายคนใช้คำสองคำนี้แทนกัน แต่ความจริงแล้ว การบำรุงเส้นผม (Hair Growth) และ การกระตุ้นให้ผมงอกใหม่ (Hair Regrowth) มีจุดประสงค์และให้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน เพื่อเข้าใจความแตกต่างที่จะทำให้คุณเลือกวิธีดูแลเส้นผมได้ตรงกับความต้องการมากขึ้น

 

01 ความต่างระหว่างการบำรุงเส้นผมกับการกระตุ้นผมให้งอกใหม่

การบำรุงเส้นผม เน้นดูแลเส้นผมที่มีอยู่ ให้เติบโตอย่างแข็งแรงและมีสุขภาพดีขึ้น
ส่วน การกระตุ้นให้ผมงอกใหม่ คือการทำให้เส้นผมงอกขึ้นอีกครั้งจากรูขุมขนที่ผมเคยหลุดร่วงไปแล้ว

 

02 “การบำรุงเส้นผม” คืออะไร?

เมื่อเส้นผมมีขนาดเล็กลงและหลุดร่วงง่าย อาจนำไปสู่ปัญหาผมบางหรือผมร่วงในที่สุด การบำรุงเส้นผมที่มีอยู่ให้หนา แข็งแรง และหลุดร่วงน้อยลง จึงช่วยป้องกันปัญหาผมร่วงได้

 

03 “การกระตุ้นให้ผมงอกใหม่” คืออะไร?

การช่วยให้เส้นผมกลับมางอกจากรูขุมขนบริเวณที่ผมหลุดร่วงไปจากสาเหตุต่าง ๆ โดยการรักษาหรือยากระตุ้นให้ผมงอกใหม่อาจได้ผล ขึ้นอยู่กับสาเหตุของผมร่วง ซึ่งก็ต้องทำควบคู่กับการป้องกันผมร่วงเพิ่มเติม จึงจะช่วยให้ปัญหาผมบางดีขึ้น

 

04 เราควรการดูแลเลือกแบบไหน?

หากไม่ได้กังวลเรื่องผมบางมากนัก แต่เริ่มสังเกตว่าผมร่วงมากขึ้น หรือผมดูขาดวอลลุ่มและไม่แข็งแรง การบำรุงเส้นผมอาจเหมาะกับคุณ แต่ถ้ามีผมร่วงมากและรู้สึกว่าผมบางลงเรื่อย ๆ อาจจะต้องพิจารณาวิธีกระตุ้นให้ผมงอกใหม่

 

05 ควรเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมหรือผลิตภัณฑ์กระตุ้นให้ผมงอกใหม่?

ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมจัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์กึ่งยา (Quasi-drugs) ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมสุขภาพเส้นผม ส่วนผลิตภัณฑ์กระตุ้นให้ผมงอกใหม่จัดเป็นยาที่สามารถกระตุ้นให้เส้นผมงอกขึ้นใหม่ได้*
ดังนั้นต้องเลือกใช้ให้เข้ากับสภาพเส้นผมของคุณ

 

06 เริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต

ขั้นตอนแรกของการบำรุงเส้นผม คือ การเริ่มต้นได้จากการปรับไลฟ์สไตล์ให้เป็นมิตรกับเส้นผม การรับประทานอาหารอย่างสมดุล นอนและพักผ่อนให้เพียงพอ รักษาความสะอาดของหนังศีรษะ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และลดความเครียด สิ่งเหล่านี้ล้วนมีส่วนช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพดี

 

07 การบำรุงเส้นผมยังช่วยป้องกันปัญหาหนังศีรษะได้

การเรียนรู้วิธีดูแลเส้นผมอย่างถูกต้อง และรักษาหนังศีรษะให้อยู่ในสภาพดีเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เส้นผมเติบโตอย่างแข็งแรง ลดผมร่วงและผมขาด และยังช่วยป้องกันปัญหาหนังศีรษะ เช่น รังแคและอาการคัน

 

08 วิธีสระผมที่เหมาะสม

เริ่มจากล้างหนังศีรษะและเส้นผมด้วยน้ำอุ่นประมาณ 40°C เพื่อขจัดสิ่งสกปรก จากนั้นตีแชมพูให้เกิดฟองบนฝ่ามือก่อน แล้วจึงสระอย่างเบามือ และล้างออกให้สะอาดหมดจด ไม่ให้มีแชมพูตกค้าง
แต่ไม่แนะนำให้สระผมบ่อยเกินไป เพราะอาจเป็นการล้างไขมันธรรมชาติบนหนังศีรษะออกเกินความจำเป็น

 

09 การแปรงผมช่วยได้หรือไม่?

วิธีนี้ช่วยขจัดสิ่งสกปรกออกจากเส้นผมและหนังศีรษะ พร้อมกระตุ้นหนังศีรษะและการไหลเวียนของเลือด
การแปรงผมอย่างถูกวิธี เริ่มจากค่อย ๆ สางผมที่พันกันบริเวณปลายผม จากนั้นแปรงเบา ๆ จากไรผมไปยังกระหม่อม แล้วแปรงจากด้านข้างขึ้นไปยังส่วนบนของศีรษะ

 

10 ทำสีผมหรือดัดผมได้หรือไม่?

การทำสีหรือดัดผมซ้ำบ่อย ๆ ในช่วงเวลาสั้น ๆ อาจทำให้หนังศีรษะเสียหายได้เช่นกัน แนะนำให้หลีกเลี่ยงหากไม่จำเป็น เพราะสารเคมีที่ใช้ทำสีและดัดอาจรบกวนหนังศีรษะและทำลายรากผม ผู้ที่มีผิวบอบบางหรือมีปัญหาผมบางจึงควรระมัดระวัง

 

11 แว็กซ์และผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมส่งผลเสียต่อเส้นผมหรือไม่?

การใช้แว็กซ์หรือผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมมากเกินไปอาจทำให้เกิดการอุดตันและสิ่งสกปรกสะสมบนหนังศีรษะ จึงควรใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ แม้จะล้างออกจนสะอาด แต่ก็ทำให้ชะล้างไขมันที่จำเป็นหายไปด้วย และก่อให้เกิดปัญหาหนังศีรษะได้ จึงควรรักษาสมดุลในการดูแล

 

12 การดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ส่งผลต่อเส้นผมไหม?

การดื่มมากเกินไปและการสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยรวม เพื่อรักษาสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ ควรจำกัดการดื่มและหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่เท่าที่ทำได้

 

13 ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมช่วยอะไรได้บ้าง?

เส้นผมที่สุขภาพดีก็ต้องการหนังศีรษะที่แข็งแรง ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมช่วยดูแลสภาพแวดล้อมบนหนังศีรษะ เพื่อให้เส้นผมที่มีอยู่เติบโตอย่างแข็งแรงและหลุดร่วงได้ยาก

 

14 วงจรการเจริญเติบโตของเส้นผม

ประกอบด้วยระยะเจริญเติบโตที่ยาวนานและต่อเนื่องประมาณ 2–6 ปี ตามด้วยระยะถดถอยและระยะพัก
ในผู้ที่มีปัญหาผมบาง เส้นผมจะหลุดร่วงก่อนที่จะเติบโตจนหนาเต็มที่ ส่งผลให้ระยะเจริญเติบโตอาจเหลือเพียงไม่กี่เดือนถึงหนึ่งปี และวงจรเส้นผมผิดไปจากปกติ

 

15 รูขุมขนคืออะไร?

รูขุมขนคือเนื้อเยื่อที่ห่อหุ้มรากผม โดยบริเวณฐานมีลักษณะเป็นกระเปาะ การเจริญเติบโตของเส้นผมที่มีสุขภาพดี จะขึ้นอยู่กับรากผมภายในมีขนาดใหญ่ขึ้นและแข็งแรงขึ้น

 

16 สาเหตุของผมบางและผมร่วง

สาเหตุของมีหลายอย่าง เช่น ภาวะผมบางจากพันธุกรรมและฮอร์โมน (Androgenetic Alopecia หรือ AGA) โรคผมร่วงเป็นหย่อม ผมร่วงจากการเจ็บป่วย และผมร่วงจากผลข้างเคียงของยา สำหรับ AGA การเปลี่ยนแปลงของวงจรเส้นผมที่เกี่ยวกับฮอร์โมนเพศชายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ

 

17 ภาวะผมบางจากพันธุกรรมและฮอร์โมน (AGA) คืออะไร?

ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายที่มีบทบาทต่อการดำรงชีวิตและพัฒนาการของร่างกาย จะถูกเปลี่ยนเป็นไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (DHT) ซึ่งเรียกว่า “ฮอร์โมนผิดปกติ”*
DHT ทำให้ระยะเจริญเติบโตของเส้นผมสั้นลง เส้นผมจึงหลุดร่วงขณะที่ยังมีขนาดเล็กและสั้น นำไปสู่ปัญหาผมบางและผมร่วงอย่างต่อเนื่อง

 

18 ผลิตภัณฑ์กระตุ้นผมงอกใหม่ช่วยอะไรได้บ้าง?

ช่วยให้รูขุมขนกลับมาทำงานเป็นปกติและมีขนาดใหญ่ขึ้น รวมถึงยืดระยะเจริญเติบโตของเส้นผม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุของผมบาง ผลที่ได้คือช่วยส่งเสริมการงอกของเส้นผมใหม่ กระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม และช่วยป้องกันผมร่วงเพิ่มเติม

 

19 วิธีช่วยให้ผลิตภัณฑ์กระตุ้นให้ผมงอกใหม่ซึมเข้าสู่หนังศีรษะได้ดีขึ้น

หากมีไขมันส่วนเกินหรือสิ่งสกปรกอุดตันรูขุมขน ผลิตภัณฑ์อาจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงควรใช้บนหนังศีรษะที่สะอาดเสมอ การใช้อุปกรณ์ผลัดเซลล์ผิวที่บ้านหรืออุปกรณ์นวดหนังศีรษะเพื่อทำความสะอาดรูขุมขน อาจช่วยให้ผลิตภัณฑ์ซึมได้ดีขึ้น*

 

20 หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผม

หากคุณไม่แน่ใจว่าวิธีดูแลหรือผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับตัวเอง ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมหรือหนังศีรษะเพื่อรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล ผู้เชี่ยวชาญสามารถประเมินสภาพเส้นผมและหนังศีรษะ พร้อมเสนอแผนการดูแลที่เหมาะกับความต้องการของคุณ

 

สรุป: ความแตกต่างระหว่างการบำรุงเส้นผมกับการกระตุ้นให้ผมงอกใหม่

ทั้งหมดนี้คือ 20 ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างการบำรุงเส้นผมและการกระตุ้นให้ผมงอกใหม่ รวมถึงความรู้ในการดูแลเส้นผม
การเข้าใจสภาพเส้นผมของตัวเองในปัจจุบันและรู้ว่าต้องการการดูแลแบบใด คือก้าวแรกสู่เส้นผมสุขภาพดี เมื่อมีความรู้ที่ถูกต้อง คุณจะสามารถเลือกวิธีดูแลได้อย่างเหมาะสม และดูแลสุขภาพเส้นผมได้ในระยะยาว

แหล่งอ้างอิง: https://answerweb.artnature.co.jp/archives/2111